แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เครื่องมือเชื่อม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เครื่องมือเชื่อม แสดงบทความทั้งหมด

เหล็กลวดเชื่อม

เหล็กลวด คืออะไร?
           เหล็กลวด (Wire rod) คือ ผลิตภัณฑ์เหล็กรูปทรงยาวที่ผลิตมาจากการรีดร้อนเหล็กแท่ง (billet)   ลักษณะหน้าตัดของเหล็กลวดมีได้ทั้งแบบกลม (round) สี่เหลี่ยม (square) หกเหลี่ยม (hexagonal) ฯลฯ ขึ้นอยู่กับลักษณะของการใช้งาน   โดยทั่วไป เหล็กลวดจะนำไปผลิตต่อด้วยการดึงเย็น (cold drawn) เพื่อผลิตเป็นลวดเหล็กกล้า (steel wire) ที่มีผิวเรียบขึ้น สำหรับนำไปใช้ในงานต่างๆ ในอุตสาหกรรมต่อเนื่องต่อไป เช่น ผลิตตะปู ตะแกรง น็อต สกรู ลวดเชื่อม ลวดเสริมยางรถยนต์ เป็นต้น

                เหล็กลวดสามารถแบ่งตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ปลายทางได้เป็น 6 กลุ่มดังต่อไปนี้
1.    เหล็กลวดสำหรับผลิตลวดเหล็กใช้งานทั่วไป (General use) 
           เหล็กลวดกลุ่มนี้เป็นเหล็กลวดคาร์บอนต่ำ (JIS G3505; SWRM) ซึ่งจะนำไปผ่านกระบวนการดึงเย็นเพื่อลดขนาดจากเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5.5-19 มม ให้เหลือ 0.1-18 มม. เพื่อผลิตเป็นลวดเหล็กคาร์บอนต่ำ (JIS G3532; SWM) แล้วนำไปชุบสังกะสีเพื่อป้องกันการเกิดสนิม (หรืออาจไม่ชุบก็ได้)     จากนั้นจึงนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ต่อไป เช่น นำไปทุบหัวและทำคมสำหรับผลิตตะปู (Nail) หรือ นำไปทำการเชื่อมเพื่อผลิตตะแกรงลวดเหล็กกล้าเสริมคอนกรีต (Wire mesh) ตะแกรงลวด (Sieve Screen) ลวดหนาม (Barbed wire) และรั้วที่ทำจากลวดเหล็ก (Wire fence)
2.    เหล็กลวดสำหรับผลิตลวดเชื่อม (Welding wire) 
           เหล็กลวดกลุ่มนี้ ได้แก่ JIS G 3503 เกรด SWRY 11 (คาร์บอนสูงสุด 0.09%) และ SWRY 21 (คาร์บอน 0.10-0.15%)ซึ่งเกรดที่ใช้ส่วนใหญ่คือ SWRY 11 โดยนำไปดึงเย็นเพื่อผลิตเป็นลวดเหล็กกล้าสำหรับใช้ผลิตลวดเชื่อม ซึ่งมีอยู่ 2 กลุ่ม คือ Metal Inert Gas (MIG) และ Cover Electrode ลักษณะสำคัญของเหล็กลวดในกลุ่มนี้ต้องมีปริมาณสารมลทินต่ำ ความสม่ำเสมอของส่วนผสมทางเคมีที่สูงและต้องควบคุมปริมาณซัลเฟอร์ ให้ไม่เกิน 0.023% (JIS Handbook : Ferrous Material & Metallurgy II 2001, Japanese Standards Association)
3.    เหล็กลวดสำหรับผลิตสลักภัณฑ์ (Fastener) 
           เหล็กลวดกลุ่มนี้มีการใช้งานหลากหลายมาก โดยนำไปดึงเย็นแล้วขึ้นรูปเย็นเป็นชิ้นงานที่อุณหภูมิห้อง โดยจะทำให้ส่วนหัวมีขนาดใหญ่กว่าส่วนอื่นๆ หลังจากนั้นอาจนำไปทำการชุบสังกะสีเพื่อเพื่อป้องกันการเกิดสนิม (หรืออาจไม่ชุบก็ได้)     เหล็กลวดที่นำมาผลิตต้องมีโครงสร้าง และส่วนผสมที่สม่ำเสมอ  ปริมาณสารมลทิน (inclusion) ต่ำ เพื่อให้มีความสามารถในการดึงขึ้นรูปเย็นที่ดี โดยมีอัตราการลดขนาดที่สูง     ผลิตภัณฑ์ที่สำคัญ ได้แก่ แป้นเกลียว (Nut) สกรู (Screw) สลัก (Bolt) หมุดเหล็ก (Rivet) หมุด (Pin) พรุกฝังปูน (Anchor) ตาปูหัวใหญ่ (Stud) ปลอก (Sleeve) ซึ่งมีการใช้งานมากในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรกล และโครงสร้างงานเหล็กต่างๆ

           เหล็กลวดที่ใช้ได้เแก่ เหล็กลวดคาร์บอนสำหรับงานทุบขึ้นรูปเย็น (JIS G 3507; SWRCH) โดยมีปริมาณคาร์บอนไม่เกิน 0.50% กลุ่มเหล็กลวดสำหรับผลิตสลักภัณฑ์สามารถแบ่งกลุ่มตามส่วนผสมได้เป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
           - SWRCH6R-17R Rimmed Steel ซึ่งกระบวนการผลิตจะทำการหล่อเป็นเหล็กแท่งใหญ่ (Ingot) และทำการรีดเพื่อลดขนาดเป็นเหล็กแท่งเล็กและทำการผลิตเป็นเหล็กลวดต่อไป ลักษณะผลิตภัณฑ์จะมีคุณสมบัติในการลดขนาดได้ง่าย
           - SWRCH6A-22A Aluminium killed Steel โดยกระบวนการกำจัดออกซิเจนในเหล็กในขั้นตอนการผลิตเหล็กกล้าจะใช้อลูมิเนียมในการรวมตัวกับออกซิเจนซึ่งต่างจาก Killed Steel ที่ใช้ Si ในการกำจัดออกซิเจนเนื่องจาก Si มีผลในการลดคุณสมบัติในการลดขนาด
           - SWRCH10K-50K Killed steel ใช้ Si ในการกำจัดออกซิเจนเนื่องจาก Si มีผลในการลดคุณสมบัติในการลดขนาด จึงมีความเหมาะสมสำหรับกระบวนการมีเปอร์เซ็นต์การลดขนาด (Reduction) ไม่มาก
4.    เหล็กลวดสำหรับนำไปผลิตลวดเหล็กคาร์บอนสูงสำหรับงานก่อสร้าง 
           เหล็กลวดกลุ่มนี้ได้แก่ เหล็กลวดคาร์บอนสูง ซึ่งจะนำไปดึงเย็นเพื่อผลิตเป็นลวดเหล็ก 3 กลุ่ม คือ
           - ลวดเหล็กกล้าคาร์บอนสำหรับคอนกรีตอัดแรงชนิดเส้นเดี่ยว (Steel wire for prestressed concrete) จะทำหน้าที่ในการเสริมแรงในคอนกรีต เช่น ใช้ในการทำหมอนคอนกรีตรถไฟ เป็นต้น
           - ลวดเหล็กกล้าคาร์บอนสูงสำหรับคอนกรีตอัดแรงชนิดตีเกลียว (PC Strand) จะนำไปตีเกลียวเพื่อใช้ในงานคอนกรีตอัดแรงขนาดใหญ่
           - เชือกลวดเหล็กกล้า (Wire rope) ซึ่งจะนำลวดเหล็กไปตีเกลียวจนกลายเป็นเชือกลวด สำหรับนำไปใช้ทำ cable และงานลวดด้านต่างๆ
5.    เหล็กลวดสำหรับนำไปผลิตสปริง
           เหล็กลวดกลุ่มนี้ ได้แก่ เหล็กลวดคาร์บอนสูง และเหล็กลวดเปียโนซึ่งจะนำไปดึงเย็นเพื่อผลิตเป็นลวดเหล็ก 2 กลุ่ม คือ
           - Hard drawn steel wires (JIS G 3521; SW-B, C) และ Oil tempered wire for mechanical springs (JIS G 3560; SWO-A, B) โดยผลิตจากเหล็กลวดคาร์บอนสูง
           - Piano wire (JIS G 3522; SWP_A, B, V) และ Oil tempered wire for valve springs (JIS G 3561; SWO-V) โดยผลิตจากเหล็กลวดเปียโน

           สิ่งสำคัญที่จะต้องคำนึงสำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ คือ ส่วนผสมทางเคมีที่มีถูกต้อง และมีปริมาณสารมลทินต่ำ   นอกจากนี้ต้องไม่มีรอยตำหนิ หรือข้อบกพร่องที่ผิว เนื่องจากจะมีผลต่อคุณสมบัติเชิงกลในการใช้งานอย่างมาก

           สปริงที่ผลิตได้มีอยู่ด้วยกัน 3 แบบ คือ สปริงที่ให้แรงเมื่อเกิดแรงอัด (Compression spring) สปริงที่ให้แรงเมื่อเกิดแรงดึง(Tensile spring) และสปริงที่ให้แรงเมื่อเกิดแรงบิด (Torsion spring) โดยสปริงเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในงานต่างๆ เช่น สปริงในส่วนประกอบของรถยนต์  เครื่องจักรต่างๆ เครื่องใช้ไฟฟ้า  เตียงนอน ฯลฯ เป็นต้น
6.    เหล็กลวดสำหรับนำไปผลิตลวดเหล็กเสริมยางรถยนต์ 
           เหล็กลวดกลุ่มนี้ ได้แก่ เหล็กลวดเปียโน ที่ถูกนำไปดึงเย็นหลายขั้นตอน เพื่อให้ได้ลวดเหล็กที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางในช่วง 0.15-0.38 มม. ซึ่งจะนำไปผลิตต่อเป็น Bead Wire สำหรับช่วยยึดโครงสร้างของยาง และ Tyre Cord สำหรับเสริมหน้ายางเพื่อเพิ่มความสามารถในการรับแรง ซึ่งใช้ในงานผลิตล้อรถต่างๆ รวมถึงล้อเครื่องบินด้วย และในชั้นคุณภาพที่รองลงมาสามารถใช้ในงานในการเสริมความแข็งแรงในวัสดุยางอื่นฯ เช่น ท่อยางไฮโดรลิกแรงดันสูง สายพานยางขนาดใหญ่ เป็นต้น

           ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ต้องผ่านการดึงขึ้นรูปสูง และต้องการความแข็งแรงสูงมาก ดังนั้นจึงต้องการเหล็กลวดคาร์บอนสูง และต้องมีความสะอาดสูงมาก โดยทั้งธาตุผสมตกค้าง และสารมลทินในปริมาณที่ต่ำมาก และคุณภาพผิวของเหล็กลวดต้องดีมากเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายขึ้นในระหว่างการดึงเย็น


สามารถสั่งซื้อได้ที่  www.payarad.com



090-5569-200
090-5588-566
ID-line> makarn.social
Twitter: @makarngroup
เว็บไซต์: http://www.payarad.com/
หรือสอบามได้ที่ เพสบุ๊คแนเพจ:https://www.facebook.com/makarn.hardware

อุปกรณ์เครื่องมือที่จำเป็นสำหรับ ช่างเชื่อม ไฟฟ้า

           



        การเชื่อมเหล็กนั้นจำเป็นต้องมีเครื่องมือที่จำเป็นอยู่ 7 อย่างหากขาดเครื่องมือต่างๆเหล่านี้เเค่อย่างเดียวก็จะไม่สามารถทำงานเชื่อมได้เนื่องจากจะทำให้การปฎิบัติงานของท่านมีความเสี่ยง ชะนั้นหากท่านจะเริ่มทำการเชื่อมควรมีอุปกรณ์เหล่านี้ต้องครบครัน ช่างเชื่อมหลายคนระเลยสิ่งเหล่านี้ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เลยที่เดียว
  กฎความปลอดภัยทั่วไปในการเชื่อม
การเชื่อมจะไม่เกิดอันตรายใด ๆ ถ้าผู้เชื่อมได้มีการป้องกัน และระมัดระวังอยู่ตลอด จนสร้างเป็นนิสัยแห่งความปลอดภัยขึ้น ผู้ปฏิบัติงานควรปฏิบัติตามกฎแห่งความปลอดภัยต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
1. ชุดปฏิบัติงานจะต้องแห้ง ติดไฟยาก รองเท้าต้องมีที่กำบังเม็ดโลหะ ถุงมือหนัง เสื้อหนัง และกระจกหน้ากากที่มีความเข้มพอเหมาะกับงาน
2. บริเวณที่ทำการเชื่อมไม่มีวัสดุติดไฟง่าย วัสดุที่จะเกิดการระเบิดได้ เช่น คาร์บอนเทตตราคลอดไรด์
3. บริเวณที่ทำการเชื่อมจะต้องมีการถ่ายเทอากาศอย่างเพียงพอ
4. เครื่องมือ และอุปกรณ์ในการเชื่อมจะต้องอยู่ในสภาพดีเสมอ
5. ถ้าจำเป็นต้องเชื่อมบนพื้นที่เปียกชื้น ต้องสวมรองเท้ายาง หรือยืนบนแผ่นไม้แห้ง
6. อย่าเชื่อม หรือตัดงานที่วางติดอยู่บนพื้นคอนกรีต
การเชื่อมชิ้นงานด้วยเครื่องมือเชื่อมไฟฟ้าต้องประกอบด้วย 7 อย่างดังนี้
1. เครื่องเชื่อมไฟฟ้า ระบบ inverter มีทั้งตู้เชื่อมเเบบ mma tig ให้ท่านได้เลือกตามความสะดวกเเละความถนัดของท่าน


2. สายไฟเชื่อม จะเชื่อมต่อกับตัวเครื่องเชื่อมซึ่งจะเป็นสายไฟพิเศษที่มีฉนวนหนา ทำให้ท่านสามารถเชื่อมชิ้นงานได้อย่างปลอดภัย หาก site งานอยู่ไกลก็ควรซื้อที่มีความยาวพอเหมาะกับระยะที่ท่านจะใช้งาน

3. หัวจับลวดเชื่อมอันนี้ก็สำคัญมากๆหากไม่มีอุปกรณ์ชิ้นนี้ท่านก็ไม่สามารถปฎิบัติงานได้ ไว้สำหรับจับธูปเชื่อมมีหลายเเบบให้เลือกส่วนใหญ่จะมาพร้อมกับส่วนสาย


4. คีมจับสายดิน ป้องกันเซฟตี้ตัวเองทุกครั้งด้วยคีมจับสายดิน หากไม่มีสิ่งนี้อันตรายอาจถึงชีวิตได้


5. ลวดเชื่อม ไว้เป็นวัตถุดิปสำหรับเชื่อมเหล็กสองชิ้นเค้าด้วยกันมีหลายขนาดควรตัดให้พอเหมาะกับชิ้นงานเพื่อไม่ให้เกะกะเวลาทำงาน


6.หน้ากากเชื่อม ป้องกันเเสงที่เกิดออกมาจากประกายเชื่อม ซึ่งเป็นอันตรายต่อสายตานอกจากนั้นยังป้องกันประกายไฟเข้าตาอีกด้วย หน้ากากเชื่อมมีหลายแบบให้เลือก มีทั้ง หน้ากากเชื่อมแบบสวม แบบมือจับ แบบ เป็นแว่นตาเชื่อม
                                                       


7.ถุงมือหนังสำหรับเชื่อม ป้องกันความร้อนจากการเชื่อมงานเเละประกายไฟกระเด็นถูกมือเเละที่สำคัญป้องกันไฟดูดเเละอันตรายจากไฟฟ้ารัี่่วไหล


สามารถสั่งซื้อได้จาก www.payarad.com
TEl: 090-5569-200
TEl: 090-5588-566

*------------------------------------*
         lineID: makarn.social
*------------------------------------*
CR. http://xn--42cgal6e5bej5b2cc5d1cdv8i3fg8d.com/